ระวัง!โรคตาแห้ง เพราะติดหน้าจอคอม

ระวังโรคตาแห้ง เพราะติดหน้าจอคอม

            ในปัจจุบันชีวิตเราไม่ว่าจะการทำงาน หรือเวลาว่าง ก็มักจะใช้สายตาอยู่กับหน้าจอตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นจอคอมพิวเตอร์ หรือจะเป็นหน้าจอโทรศัพท์ การใช้สายตามากเกินไปนั้นส่งผลเสียได้หลายอย่าง และยังเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงทำให้เป็น ‘โรคตาแห้ง’ ได้อีกด้วย หลายๆคนคงอยากทราบแล้วว่าโรคตาแห้งคืออะไร อันตรายมากน้อยแค่ไหน ในบทความนี้เรามาทำความรู้จักกับ โรคตาแห้งกันดีกว่าค่ะ

โรคตาแห้ง_อันตรายจากการติดหน้าจอ

โรคตาแห้งมีสาเหตุมาจากอะไร?

             โรคตาแห้งสามารถเป็นได้จากหลายสาเหตุ อาจจะเป็นที่ความผิดปกติของร่างกาย หรือเกิดจากการใช้ชีวิตประจำวัน และสามารถเกิดได้ในทุกเพศทุกวัย 

1. ร่างกายผลิตน้ำตาน้อย ซึ่งสาเหตุนี้จะเจอน้อยมาก

2. น้ำตาที่ผลิตออกมาไม่มีคุณภาพไม่เพียงพอ ทำให้ระเหยค่อนข้างเร็ว สาเหตุนี้พบค่อนข้างบ่อย และพบมากในกลุ่มคนวัยทำงาน

3. ปัจจัยอื่นๆ

• การสวมใส่คอนแทคเลนส์เป็นประจำ หรือการใช้คอนแทคเลนส์แบบไม่มีคุณภาพ

• การใช้ตามากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน

• เคยทำเลสิก หรือการผ่าตัดแก้ไขสายตา

ลักษณะอาการของโรคตาแห้ง

 ตาแห้งจากการใช้สายตา_ติดจอมคอมพิวเตอร์

           อาการตาแห้งทั่วๆไปมีตั้งแต่เป็นน้อยมาก ไปจนถึงเป็นมาก เป็นน้อยคือแทบจะไม้รู้ว่าเป็น จนเริ่มเป็นในระดับนึงก็จะรู้สึกว่ามีอาการเคืองตาในช่วงที่ใช้สายตาเยอะ หรือช่วงออกแดด ถ้าเป็นมากขึ้นเรื่อยๆจะทำให้รู้สึกเหมือนมีเม็ดทรายอยู่ในตา ถ้าเป็นมากๆจะทำให้เกิดการถลอก มีจุดที่กระจกตา ส่งผลให้ตามัวได้ ตาแห้งจะมีลักษณะอาการ ดังนี้

• ระคายเคืองตา คันตา แสบตา

• รู้สึกปวดหัว ปวดตา

• รู้สึกฝืดหรือไม่สบายตาเมื่อตอนตื่นนอน

• รู้สึกเหมือนเม็ดทรายหรือฝุ่นอยู่ในตา

• ตาสู้แสงไม่ค่อยได้

• มีอาการตาพร่ามัวเป็นบางครั้ง

• น้ำตาไหล

• มีขี้ตาเป็นเมือกเหนียว

โรคตาแห้งอันตรายแค่ไหน

         โรคตาแห้ง ถ้าเป็นน้อยไม่ค่อยจะมีปัญหาอะไรในระยะยาว สามารถใช้น้ำตาเทียมได้ในเวลาทีเคืองตาหรือตามัวๆ แต่ถ้าเป็นมากรู้สึกตาแห้งมาก อย่างบางคนใส่คอนแทคเลนส์นานๆหรือเป็นภูมิแพ้ขึ้นตา จะทำให้อาการตาแห้งเป็นมากขึ้น และทำให้กระจกตาเป็นรอย 

        โรคตาแห้งส่งผลกระทบให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดน้อยลง เมื่อเราใช้สายตาเป็นระยะเวลานาน ทำให้มีอาการแสบตา เคืองตาได้ง่ายกว่าปกติ บางทีตาอาจพร่ามัวมองภาพไม่ชัดเป็นระยะ
ในเคสที่มีภาวะตาแห้งมากๆ เมื่อเกิดแผลที่กระจกตาอาจจะส่งผลกับการมองเห็นในอนาคต อาจเกิดตามัวแบบถาวร หรืออาจมีภาวะแทรกซ้อนทำให้ตาบอดได้ 

วิธีการดูแลและป้องกันอาการตาแห้ง

การพักสายตา_ช่วยลดอาการตาแห้ง

          สำหรับคนที่จำเป็นต้องใช้สายตาอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนนานๆ สามารถใช้หลักการง่ายๆในการป้องกันอาการตาแห้ง เรียกว่า “หลักการ 20 : 20 : 20” ทุกๆ 20 นาที ที่เรามีการใช้สายตา อย่างเช่นนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ ให้เราพักสายตาโดยการมองออกไปที่อื่นที่ไกลออกไปอย่างน้อย 20 ฟุต โดยใช้เวลาพักสายตาเป็นระยะเวลาประมาณ 20 วินาที จะช่วยพักสายตา ลดความเครียด พักการล้าของตา และยังช่วยลดอาการตาแห้งอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีวิธีอื่นๆที่สามารถช่วยได้ เช่น

- กะพริบตาบ่อยๆ ให้มีน้ำตาเคลือบตาตลอดเวลา

- หยอดน้ำตาเทียม เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตา

- ใส่คอนแทคเลนส์ไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน  เพราะตัวคอนแทคเลนส์จะดึงน้ำในตาของเราออกมาเพื่อให้คอนแทคเลนส์สามารถคงความใสอยู่

- หากต้องอยู่ในที่ๆมีฝุ่น มีลมพัดแรง อากาศแห้ง แนะนำให้ใส่แว่นกันแดด

- ทำความสะอาดเปลือกตา และสิ่งสกปรกบริเวณรอบดวงตา หากมีขี้ตาสิ่งสกปรกต่างๆจะไปเกาะบริเวณขนตา จะอุดต่อมไขมันบริเวณเปลือกตาอาจส่งผลให้เกิดการตาแห้งได้

- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในการช่วยบำรุงสายตา

- นอนพักผ่อนให้เพียงพอ การนอนไม่พอ หรือหลับไม่สนิท อาจส่งผลต่อร่างกายทำให้การสร้างน้ำตาลดลงได้

           ทั้งนี้หากใครที่ต้องอยู่กับหน้าจอทั้งวัน อาจจะต้องเลือกใช้คอมพิวเตอร์ที่หน้าจอไม่เล็กจนเกินไป ดวงตาของเราจะได้ไม่ต้องเกิดการเพ่ง รวมไปถึงการใช้แว่นตาที่ช่วยกรองแสงสีฟ้าก็สามารถช่วยถนอมสายตา และลดอาการตาแห้งได้ในระดับนึงเหมือนกันค่ะ

โรคตาแห้ง

อาการเคืองตาหลังทำตาสองชั้น คือโรคตาแห้งหรือเปล่า?

          การทำตาสองชั้นธรรมดา ไม่ได้มีผลโดยตรงที่จะทำให้ตาแห้ง เว้นแต่มีการผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ซึ่งหลังผ่าตัดควรมีการดูแลแผลไม่ให้โดนน้ำ บางทีการทำความสะอาดแผลบริเวณเปลือกตาบางคนจะเห็นว่ามีขี้ตาแห้งอยู่บริเวณเปลือกตา ตรงนี้จะเป็นสาเหตุที่ทำให้ตาแห้งเนื่องจากขี้ตาหรือเศษต่างๆจะไปเกาะบริเวณขนตา ทำให้อุดตัวต่อมไขมันบริเวณเปลือกตา จะกระตุ้นให้เกิดอาการตาแห้งมากขึ้น

โรคตาแห้งรักษาอย่างไรได้บ้าง?

ป้องกันตาแห้งด้วยการใส่แว่นกรองแสง

           อย่างที่ได้กล่าวไปว่าโรคตาแห้งมีทั้งแบบรุนแรง และไม่รุนแรง ในกรณีที่ไม่ได้รุนแรงสามารถใช้การหยอดน้ำตาเทียมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตาได้ จะสามารถบรรเทาอาการตาแห้ง ระคายเคืองตา ในกรณีที่เป็นรุนแรงต้องปรึกษาปรึกษาจักษุแพทย์ อาจมีการรักษาด้วยการใช้ยาซึ่งแพทย์จะวินิจฉัยตามความเหมาะสมของอาการ นอกจากนี้คนไข้ควรลดการใช้สายตากับหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน รวมไปถึงรู้จักป้องกันและดูแลถนอมดวงตาตามคำแนะนำในบทความนี้ ก็จะช่วยหลีกเลี่ยงภาวะที่จะทำให้เกิดอาการตาแห้งนี้ได้ค่ะ

การใช้น้ำตาเทียม กับอาการตาแห้ง

อาการตาแห้ง กับการใช้น้ำตาเทียม

            น้ำตาเทียมมีคุณสมบัติที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ดวงตา การใช้น้ำตาเทียมเพื่อหยอดตาสามารถช่วยให้อาการตาแห้งดีขึ้นได้ น้ำตาเทียมจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทที่มีสารกันเสีย และประเภทที่ไม่มีสารกันเสีย

1. รูปแบบขวด น้ำตาเทียมชนิดที่เป็นขวดหลังจากเปิดขวดแล้วจะใช้ได้ประมาณ 1 เดือน สามารถใช้หยอดตาได้วันละประมาณ 4-5 ครั้ง

2. ชนิดรายวัน น้ำตาเทียมชนิดนี้ไม่มีสารกันเสีย ที่บรรจุในหลอดบรรจุขนาดเล็ก หลังจากเปิดสามารถใช้ได้ภายใน 24 ชั่วโมง ตัวนี้สามารถหยอดได้เรื่อยๆเมื่อมีอาการ ไม่ได้จำกัดการใช้

          น้ำตาเทียมยังมีอีกหลากหลายชนิดตามสารเคมีที่เป็นส่วนประกอบ คุณสมบัติจะเหมาะกับความรุนแรงของภาวะตาแห้งและสาเหตุที่แตกต่างกันไป น้ำตาเทียมแต่ละชนิดสามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม ต่อให้ใช้น้ำตาเทียมเป็นประจำ ก็ไม่มีผลทำให้การผลิตน้ำตาตามธรรมชาติลดลง แต่มีข้อจำกัดในการใช้บางประการ เช่น ชนิดที่มีสารกันเสียไม่ควรใช้ถี่เกินไป ควรเว้นให้ห่างกันอย่างน้อย 4 ชั่วโมง เพราะสารกันเสียไปทำร้ายผิวกระจกตาได้ ส่วนชนิดที่ไม่มีสารกันเสีย สามารถใช้บ่อยได้ตามความต้องการ เพียงแต่จะมีราคาสูงกว่า


           ในช่วงนี้คนที่ต้อง Work From Home ก็ค่อนข้างเยอะ บางทีอยู่แค่หน้าคอมกับสมาร์ทโฟนทั้งวันไม่ไปไหน เราสามารถดูแลถนอมดวงตาของเราง่ายๆด้วยหลักการ 20 : 20 : 20 และหากมีอาการเคืองตาหรือตาแห้งเวลานั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ ก็หยอดน้ำตาเทียมก็สามารถช่วยได้นะคะ อย่าละเลยดวงตาของเรา เพื่อสุขภาพตาที่ดีและถนอมให้ดวงตาของเราเสื่อมสภาพได้ช้าที่สุด ทั้งนี้หากคนไข้มีอาการบ่อยๆ หรืออาการไม่บรรเทาเลย แนะนำไปพบจักษุแพทย์เพื่อให้ทำการตรวจวินิจฉัยได้ถูกต้องนะคะ

 

       

Powered by MakeWebEasy.com