Ulthera Match ! ทำร่วมกันแล้วปังกว่าเดิม

Ulthera Match !  ทำร่วมกันแล้วปังกว่าเดิม

       นวัตกรรมการยกกระชับ ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะไม่ต้องผ่าตัด แต่ช่วยดึงหน้าที่หย่อนคล้อยให้กลับมาดูกระชับ ดูอ่อนเยาว์ได้อีกครั้ง แบบไม่ต้องเจ็บตัว แต่แน่นอนว่า บางทีการใช้ Ulthera อย่างเดียว อาจไม่ได้คลอบคลุมปัญหาที่เกิดบนใบหน้าทั้งหมดได้ ดังนั้น เรามาดูกันดีกว่าว่า มีอะไรบ้าง ที่สามารถทำคู่กับเทคโนโลยียกกระชับนี้ได้ และ ออกมาปังกว่าเดิม


วิธียกกระชับหน้าด้วยตัวเอง

วิธียกกระชับหน้าด้วยสกินแคร์

    มีผลิตภัณฑ์หลากหลายที่มีคุณสมบัติช่วยยกกระชับ ลดความหย่อนคล้อยของผิวหน้า มีความสามารถในการลดเลือนริ้วรอยและยกกระชับหน้า ทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งสดใสขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน แต่การใช้ครีมก็เป็นเพียงแค่การบำรุงภายนอกเท่านั้น หากหยุดใช้หรือผ่านไปไม่นาน ผิวหน้าก็จะกลับมาหย่อนคล้อยเหมือนเดิม

 
นวดยกกระชับหน้า

     เริ่มจากการใช้ผลิตภัณฑ์เช่นครีมยกกระชับ นวดวนเริ่มจากคางขึ้นมาติ่งหู จากนั้นนวดบริเวณแก้มโดยไล่จากข้างปีกจมูกขึ้นไปจนถึงขมับ เปลี่ยนมาใช้ปลายนิ้วทั้งสี่แตะหน้าผากแล้วค่อย ๆ ลากผ่านขมับลงมาเบ้าตา แล้ววนผ่านสันจมูกขึ้นไปที่กลางหน้าผาก เสร็จแล้วจึงใช้ปลายนิ้วลูบลงตามแนวสันจมูกด้านบน และด้านข้างจมูกตั้งแต่สันจมูกลงมาจนถึงปีกจมูก สลับกันซ้ายและขวา  และควรยกกระชับเช้าและเย็น

 

การทำโยคะยกกระชับใบหน้า

มีท่าโยคะใบหน้าที่ทำได้ง่ายในทุก ๆ วัน เช่น ท่า The Satchmo ทำแก้มให้พองด้วยอากาศ จากนั้นโยนลมในปากสลับไปมาระหว่างแก้มซ้ายกับแก้มขวาช่วยกระชับแก้ม, ท่า Smiling Fish Face ยิ้มในขณะดูดแก้มและริมฝีปากเข้าหากัน ยกกระชับแก้มและริมฝีปาก หรือท่า Bubblebees สูดหายใจเข้าทางจมูก และค่อย ๆ ปล่อยลมหายใจออกทางจมูกและปากในขณะที่ทำเสียง “บรือออ” ในลำคอไปด้วย ทำซ้ำ 4 ครั้ง ช่วยกระชับแก้ม ริมฝีปาก และกราม ควรโยคะใบหน้าวันละ 15-20 นาที เพื่อช่วยยกระชับหน้า ทำให้หน้าเรียวเล็กขึ้น ช่วยชะลอริ้วรอยก่อนวัย และทำให้ใบหน้าเปล่งปลั่งมีสุขภาพดี

 

      แต่การทำ 3 วิธีดังกล่าวข้างต้น อาจต้องใช้ความสม่ำเสมอและความถี่ในการทำเป็นพิเศษ และใช้เวลาเห็นผลนาน ดังนั้น อาจมีตัวเลือกนึงที่ใช้ในการยกกระชับได้เป็นอย่างดี คือ นวัตกรรมการยกกระชับหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด

 

ยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด

     การยกกกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัดมีหลายวิธี ที่แนะนำ ซึ่งแต่ละวิธีก็จะมีข้อดีข้อเสียต่างกันไป รวมถึงผลลัพธ์ที่ได้ก็เช่นกัน  เรามาดูกันดีกว่าว่ามีวิธีใดบ้างที่ช่วยยกกระชับ

HIFU 

Hifu เป็นการใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ ความเข้มข้นสูงส่งเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อในชั้นผิวหนัง ทำให้ผิวหนังชั้น SMAS หดตัว กระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนหรือสร้างเนื้อเยื่อใหม่ใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นการดึงหน้าที่ส่งผลให้ผิวดูยกกระชับและอ่อนเยาว์มากขึ้น

ร้อยไหม 

เป็นเทคนิคยกกระชับโดยการใช้ไหมในการดึงหน้า แบบไม่ต้องผ่าตัดไม่ต้องใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อน แต่ต้องอาศัยฝีมือและความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละคน ซึ่งหลักการของการร้อยไหม คือการนำไหมเส้นเล็กๆามาร้อยเป็นโครงตาข่ายบริเวณชั้นใต้ผิวหนัง เพื่อเข้าไปกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจน ทำให้เกิดการดึงรั้งผิวหนัง

BOTOX

      Botulinum Toxin หรือที่เรารู้จักกันในชื่อว่า Botox  มีหลักการทำงานคือการเข้าไปช่วยระงับการทำงานของกล้ามเนื้อที่ทำให้ใบหน้าหย่อนคล้อย หรือดึงลงมา นิยมนำมาฉีดเพื่อลดเลือนริ้วรอย และฉีดลดขนาดของกล้ามเนื้อ เช่น บริเวณกรามเป็นต้น

 

ULTHERA

     หลักการทำงานคือการส่งคลื่น Advanced Focused Ultrasound เข้าไปจนถึงชั้นลึกสุดคือ  ชั้น SMAS ซี่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ศัลยกรรมดึงใบหน้า จึงเหมือนการยกกระชับ ดึงหน้าชั้นเดียวกับหมอศัลยกรรม  ทำให้ผิวยกกระชับแบบดูแน่นขึ้น ดูเต่งตึง ทำให้บริเวณใบหน้าดูยกขึ้น

 

THERMAGE FLX 

    Thermage FLX  จะส่งคลื่นวิทยุไปถึงชั้นหนังแท้ ที่มีอิลาสติน และคอลลาเจนอยู่ โดยจะเข้าไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างเส้นใยคอลลาเจน ทำให้ผิวยกกระชับ  ไม่หย่อนคล้อย นอกจากนี้ Thermage FLX  ยังเหมาะกับใบหน้าที่มีชั้นไขมันหนา เพราะสามารถปรับระดับการยิงให้เหมาะกับความหนาของชั้นไขมันได้ 

 

MATRIX FAT

     หลักการทำงานของ Matrix Fat คือการเข้าไปสลายไขมัน ทำให้ไขมันแตกตัว  และถูกขับออกมาจากร่างกายผ่านทางระบบการขับถ่ายของเสีย  ดังนั้น ผู้ที่มีปัญหาไขมันสะสมบริเวณหน้าเยอะ อาจจะเลือก Matrix Fat ฉีดจุดที่มีปัญหา เช่น ไขมันบริเวณเหนียง  มีคาง 2 ชั้น  เรียกได้ว่าคู่นี้ ไม่ใช่แค่การยกกระชับ แต่ไขมันยังหายไปอีกด้วย

 

ยกกระชับแบบไหนทำร่วมกันแล้วปังกว่าเดิม 

DUO คู่หูยกกระชับ

ถึงแม้ทั้งคู่จะเป็นเทคโนโลยียกกระชับเหมือนกัน แต่ก็เหมาะกับสภาพผิวที่ต่างกัน และมีข้อดีที่ต่างกัน



Thermage FLX  จะส่งคลื่นวิทยุไปถึงชั้นหนังแท้ ที่มีอิลาสติน และคอลลาเจนอยู่ โดยจะเข้าไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างเส้นใยคอลลาเจน ทำให้ผิวยกกระชับ  ไม่หย่อนคล้อย นอกจากนี้ Thermage FLX  ยังเหมาะกับใบหน้าที่มีชั้นไขมันหนา เพราะสามารถปรับระดับการยิงให้เหมาะกับความหนาของชั้นไขมันได้  ซึ่งได้ผลดีสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับบริเวณที่มีไขมัน เช่น ลดแก้ม ลดเหนียงที่หย่อนคล้อย

ซึ่งแน่นอนว่าการทำคู่กัน ย่อมดีและเห็นผลกว่าการทำแค่เทคโนโลยีเดียว เพราะ การสามารถแก้ไขปัญหาได้แทบทุกจุดของความหย่อนคล้อย หากบริเวณตรงไหนที่ไขมันมีจำนวนมากจน Ulthera เข้าไปไม่ถึง ก็อาจใช้ Thermage FLX  ทำให้กลับมามีความแข็งแรง และยืดหยุ่นอีกครั้ง ส่วนตรงไหนที่ไขมันไม่ได้หนาแน่น ก็อาจใช้ Ulthera เข้าไปช่วยเหมือนเป็นการเย็บผิวหน้าให้ดูยกขึ้นมา
 
 
 
 

 

 เหมาะกับใคร

-        ผู้ที่มีปัญหาเรื่องความหย่อนคล้อยของใบหน้า กรอบหน้าไม่ชัด มีเหนียง

-        ผู้ที่ต้องการยกคิ้ว หนังตาตก ยกบริเวณรอบดวงตา ให้ดูอ่อนเยาว์

-        ผู้ที่ต้องการฟื้นบำรุงผิว ต้องการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว
 
 
 
 

 ข้อดี

-        ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ เหมือนย้อนเวลาให้ผิว

-        แก้ปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อยได้ตรงจุด เช่น แก้มที่อาจจะหย่อนคล้อยเพราะชั้นไขมันใต้ผิวหนัง

-        คลอบคลุมปัญหาผิวตั้งแต่ชั้นพื้นผิวจนถึงชั้น SMAS

-         ลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้า ลดรอยตีนกา

 

 DUO หน้า  V-Shape  ลดเลือนริ้วรอย

 

 

     ในบางครั้งริ้วรอยบนใบหน้า ไม่ได้เกิดจากความหย่อนคล้อยเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากการแสดงสีหน้าของเราได้ เช่น ริ้วรอยหางตา ริ้วรอยบริเวณมุมปาก  และการใช้เทคโนโลยียกกระชับอย่างเดียวอาจไม่ได้ตอบโจทย์เรื่องริ้วรอย

      หาก Ulthera คือการส่งคลื่นเข้าไปช่วยยกกระชับลึกถึงชั้น SMAS   ช่วยให้ผิวยกกระชับ Botulinum Toxin หรือที่เรารู้จักกันในชื่อว่า Botox  ก็จะช่วยไประงับการทำงานของกล้ามเนื้อที่ทำให้ใบหน้าหย่อนคล้อย หรือดึงลงมา และหากฉีดบริเวณจุดเล็กๆ ที่แสดงอารมณ์บนใบหน้า เพื่อทำให้ริ้วรอยจางลง เช่น ริ้วรอยบริเวณรอบดวง รอยย่นที่หน้าผาก  ทั้งริ้วรอยที่ตื้น และลึก ทำให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น นอกจากนี้ Ulthera แม้จะช่วยในเรื่องของการยกกระชับ


 

แต่อาจไม่ได้เห็นผลชัดเจนในเรื่องใบหน้าที่เรียว และเล็กลง ซึ่งต่างจาก Botox  ที่จะเข้าไปช่วยตรงจุดนี้ เช่น การลดขนาดกราม  ทำให้หน้าดู V-shape มากขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปหากยกกระชับแล้วก็สามารถฉีด Botox ต่อได้เลย แต่ทั้งนี้ปริมาณที่ฉีดก็ขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาของแต่ละคนด้วย และ ดุลยพินิจของแพทย์

      นอกจากนี้ Botulinum toxin ยังสามารถใช้ในการฉีดเข้าไปที่ผิวหนังแท้ หรือที่เรียกว่า Dermo Lift เพื่อช่วยในการกระตุ้นการสร้าง collagen และเกิดการหดตัวของชั้นผิวหนัง ให้เกิดการยกกระชับได้อีกด้วย

 



เหมาะกับใคร

-        ผู้ที่มีปัญหาเรื่องความหย่อนคล้อยของใบหน้า และ มีริ้วรอย รอยตีนกาบนใบหน้าหลายจุด

-        กรามใหญ่ ต้องการให้หน้าเรียวดูเป็น V-Shape

-        ต้องการเห็นผลลัพธ์แบบรวดเร็ว

 

ข้อดี  

-        ใบหน้าดูยกกระชับ และ ช่วยให้ใบหน้าดูเรียวเล็ก เป็น V-Shape

-        ลดริ้วรอยได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม เหมาะสำหรับผู้ที่มีริ้วรอย ร่องลึก

-        ผู้ที่มีกรามใหญ่ Botox จะเข้าไปช่วยคลายกล้ามเนื้อให้เล็กลง

 

 

 DUO ยกกระชับ ปรับรูปหน้า เติมเต็มหน้าเด็ก

     

    สำหรับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยบนใบหน้าบางท่าน อาจจะมีปัญหาเรื่องของผิวหนังบางลง คอลลาเจนใต้ผิวหนังฝ่อลง  เกิดเป็นร่องลึก  อาจจะเห็นได้ชัดในช่วงบริเวณรอบดวงตา ใต้ตาลึก ดูคล้ำ  หรือหน้าผากแบน ขมับบุ๋ม  แก้มตอบ ทำให้ใบหน้าดูมีอายุ ซึ่งสารเติมเต็มที่เรารู้จักกันดีนั่นก็คือ ฟิลเลอร์ (Filler) ซึ่งเป็นสารที่เลียนแบบสารที่มีอยู่ในเซลล์ผิวของเราตามธรรมชาติ คือสารไฮยารูโลนิกแอซิด (Hyaluronic Acid : HA)

 

     

     ซึ่งการทำคู่กับการยกกระชับนั่น  Ulthera อาจจะเข้าไปยกกกระชับใบหน้า ให้ดูตึง และยกขึ้น ส่วน Filler อาจจะฉีดเสริมในจุดต่างๆที่มีปัญหา ให้หน้าดูเป๊ะมากขึ้น ดูอ่อนเยาว์กว่าเดิม และ อาจทำเพื่อให้หน้าได้สัดส่วนอย่างที่ต้องการ เช่น การเติมเต็มแก้มที่ดูตอบให้ดูมีมิติ หรือหน้าผากให้ดูเนินสวย มีโหงวเฮ้งที่ดี  หรืออาจจะเป็นการเติมเต็มในจุดอื่น เช่น บริเวณปาก ให้ดูอวบอิ่ม  หรือแม้กระทั่งผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตา ตาลึก เป็นร่องใต้ตา 

    นอกจากนี้ Filler ยังสามารถใช้ในการปรับปรุงคุณภาพผิว ลบเลือนรูขุมขน ด้วยโปรแกรม Skin radiance ซึ่งเป็นการฉีด Filler สู่ชั้นผิวหนังแท้ ช่วยในเรื่องคุณภาพผิวได้อีกด้วย

 


 

เหมาะกับใคร

-        ผู้ที่มีปัญหาเรื่องความหย่อนคล้อย ใบหน้าตอบ มีริ้วรอย ร่องลึกบริเวณใบหน้า

-        มีรอยคล้ำใต้ตา ใต้ตาลึก ดูเป็นร่อง

-        ต้องการแก้ไขปัญหาบนใบหน้าเฉพาะจุด เช่น แก้มตอบ หน้าผากแบน

-        โครงหน้าไม่ได้สัดส่วน ต้องการให้ดูละมุนขึ้น

 

 

ข้อดี

-        ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ อย่างเป็นธรรมชาติ  ใบหน้าดูอิ่มเอิบ

-        ปรับรูปหน้าที่มีปัญหาให้ดูเป๊ะยิ่งขึ้น ดูมีมิติ

-        แก้ปัญหาใต้ตาดำ มีร่องลึก ให้ดูเรียบเนียน สดใส 

 

DUO หน้าเป๊ะแบบไร้เหนียง

 

    Matrix  Fat คือตัวยาที่ใช้สลายไขมัน  เพื่อสลายไขมันในชั้นไขมันบริเวณที่ต้องการ ซึ่งสาวๆหลายคนมักประสบปัญหามีไขมันบนหน้า ไม่ว่าจะเป็นที่แก้ม คางหรือบริเวณที่เราเรียกกันว่าเหนียง ซึ่งเป็นที่สะสมของไขมันเยอะที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าต่อให้หน้าเราเป๊ะแค่ไหน แต่ถ้ายังมีไขมันสะสมอยู่จนเห็นได้ชัด ก็ทำให้สาวๆหมดความมั่นใจได้เหมือนกัน

 

 

     หลักการทำงานของ Matrix Fat คือการเข้าไปสลายไขมัน ทำให้ไขมันแตกตัว  และถูกขับออกมาจากร่างกายผ่านทางระบบการขับถ่ายของเสีย  ซึ่ง Ulthera แม้จะช่วยในเรื่องของการยกกระชับ แต่บางครั้งไขมันอาจจะไม่ได้สลายไปอย่างที่ต้องการ ดังนั้น ผู้ที่มีปัญหาไขมันสะสมบริเวณหน้าเยอะ อาจจะเลือก Matrix Fat เป็นทางเลือกนึงที่ทำร่วมกับ Ulthera และฉีดจุดที่มีปัญหา เช่น ไขมันบริเวณเหนียง  มีคาง 2 ชั้น  เรียกได้ว่าคู่นี้ ไม่ใช่แค่การยกกระชับ แต่ไขมันยังหายไปอีกด้วย

 

 

เหมาะกับใคร

-        ผู้ที่มีไขมันบริเวณ แก้ม คาง เหนียง จนทำให้ดูหย่อนคล้อย

-        ผู้ที่ต้องการให้ใบหน้าดูเรียวเล็ก

-        ผู้ที่ออกกำลังกายและคุมอาหารแล้วแต่ไขมันบริเวณเหนียงและคางยังไม่ลด

 

ข้อดี

-        สลายไขมันบริเวณที่สะสมหนาแน่นและลดยาก เช่น บริเวณเหนียง และคาง

-        ปรับรูปหน้าให้ดูเรียว เล็ก เพราะ Meso Fat จะช่วยเข้าไปสลายไขมันบริเวณแก้ม

-        ไม่จำเป็นต้องดูดไขมัน หรือพักฟื้น แต่ก็มีใบหน้าที่เป๊ะ และดูยกกระชับได้

 

 Ulthera & Botox & Filler   หน้าละมุน มุมไหนก็สวย  

     ส่วนใครก็ตามที่ต้องการหน้าเป๊ะทุกมุม ถ่ายรูปมุมไหนก็สวย ไม่มีมุมโป๊ะให้กวนใจ ก็ต้องจัดไปเลยสำหรับสามตัวนี้ โดย Ulthera จะเข้าไปช่วยยกกระชับเสมือนการผ่าตัดดึงหน้า  ปัญหาหย่อนคล้อย ยังไง Ulthera  ก็เอาอยู่ หลังจากนั้น จึงค่อยฉีด Botox ไปบริเวณที่มีริ้วรอยเล็กๆ หรือ ฉีดบริเวณกราม สำหรับผู้ที่มีกรามใหญ่ จะช่วยให้หน้าดูเรียวเล็กกว่าเดิม และยิ่งหากใบหน้าไม่ได้รูป หรือ ดูไม่อ่อนเยาว์ ค่อยเติมเต็ม Filler เข้าไป ในจุดที่ต้องการ  แค่นี้ใบหน้าก็ดูอวบอิ่ม เหมือนล็อคเวลาให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ตลอดเวลา 

 

Ulthera & Botox & Matrix Fat   หน้าเป๊ะปัง ไม่มีไขมันกวนใจ

     สำหรับผู้ที่บนใบหน้ามีไขมันอยู่จนทำให้ใบหน้าดูใหญ่ หรือ บริเวณคางดูเป็นสองชั้น ซึ่งบางครั้งการควบคุมอาหารก็ไม่ได้ผล หรือการออกกำลังกายก็อาจไม่ได้ทำให้ใบหน้าดูเล็กลง หรือดู V-Shape เท่าที่ควร ดังนั้น การฉีด Matrix Fat เพื่อเข้าไปสลายไขมัน จึงอาจจะเป็นทางแก้ปัญหาเกี่ยวกับไขมันที่อยู่ใต้ผิวหน้าได้เป็นอย่างดี ก่อนจะทำการยกกระชับด้วยสุดยอดนวัตกรรมอย่าง Ulthera ให้บริเวณที่หย่อนคล้อยกลับมาตึงกระชับ และ การฉีด Botox  บริเวณที่มีริ้วรอย หรือบริเวณที่มีไขมันน้อย เพื่อเสริมความเป๊ะของรูปหน้ายิ่งขึ้น แบบว่ามองยังไง ก็ไม่มีไขมันกวนใจ

 

หัตถการตัวไหนที่คู่ Ulthera แล้วปังที่สุด

    Ulthera เป็นนวัตกรรมการยกกระชับ ที่เรียกว่าคู่ตัวไหนก็ปังมาก แต่หากตัวไหนที่ได้รับความนิยมมากที่สุด อาจแนะนำว่าเป็นคู่กับ Botox   เพราะผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อย ไม่ว่าจะด้วยอายุหรือพฤติกรรม มักจะมีปัญหาริ้วรอยตามมาด้วยโดยเฉพาะจุดแสดงอารมณ์ต่างๆ การทำคู่กับ Botox จึงคลอบคลุมปัญหานี้ได้ทั้งหมด และนอกจากนี้ สำหรับคนที่ยกกระชับอย่างเดียว แม้หน้าจะกระชับขึ้น ดูอ่อนเยาว์ แต่อาจไม่ได้ดู V-Shape เท่าที่หวัง การฉีด Botox ให้หน้าเรียวเล็กอีก จึงได้รับความนิยมมาก

 

รู้ได้ไงว่าควรทำอะไรที่เหมาะกับใบหน้า ?

   หลายคนอาจสงสัยว่าเราควรทำอะไรคู่อะไรถึงจะเหมาะสมกับใบหน้าตัวเองที่สุด ซึ่ง inZ Clinic เรามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องผิวหน้า โครงสร้างหน้า มาประเมินสภาพผิว โครงหน้า และชั้นผิว ว่าผู้เข้ารับบริการเหมาะกับการใช้เทคโนโลยีไหน และวิธีการใดมากที่สุด รวมถึงยังสามารถที่จะกำหนดระยะเวลา การทำก่อน-หลัง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกขั้นตอนปลอดภัยกับผู้เข้ารับบริการ และได้ผลดีที่สุด

 


 ตารางเปรียบเทียบการจับคู่ DUO ยกกระชับ

Powered by MakeWebEasy.com