คุณเบล ทำตาสองชั้นแบบกรีดยาว+เปิดหัวตา

คุณเบล ทำตาสองชั้นแบบกรีดยาว+เปิดหัวตา

คุณเบล ทำตาสองชั้นแบบกรีดยาว+เปืดหัวตา กับทีมแพทย์

สวัสดีค่ะ ชื่อเบลนะคะ วันนี้จะมารีวิวการทำศัลยกรรมตาสองชั้นค่า#eyelidsurgeryreview
ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนเลยว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้นนะคะ หากมีอะไรผิดพลาดต้องขออภัยด้วยค่ะ เป็นมือใหม่หัดรีวิวค่า
เริ่มแรกเลยเบลเลือกทำตาที่ Inz clinic กับคุณหมอน้ำผึ้งค่ะ
ก่อนที่เราจะตกลงปลงใจทำที่นี่ก็ต้องไปปรึกษาคุณหมอก่อน ซึ่งเบลอยากแนะนำเพื่อนๆว่าในวันที่ไปปรึกษา หากมี reference ตาในแบบที่เราชอบ หรือ ถ้าเราต้องการชั้นตาแบบไหน ควรบอกคุณหมอให้หมด เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน ตาจะได้ออกมาสวยถูกใจน้า
7/9/18 วันผ่าตัด เบลเลือกเป็นวันศุกร์ เพราะจะได้มีเวลาพักฟื้นสักสองสามวัน เนื่องจากสองวันแรกจะต้องประคบเย็นให้บ่อยที่สุดเพื่อลดบวมค่ะ
เบลทำตาสองชั้นแบบกรีดยาว + เปิดหัวตา

การกรีดยาว ตาจะหายบวมและเข้าที่ช้ากว่าแบบกรีดสั้น แต่ผลในระยะยาวจะเป๊ะกว่า อีกทั้งยังได้เก็บหนังตาส่วนเกินออกด้วยค่ะ
การเปิดหัวตา จะช่วยทำให้ตาเราดูยาวขึ้นกว่าเดิม
ถึงแม้จะใช้เวลาเข้าที่นานกว่าแบบกรีดสั้น แต่ก็ไม่มีการช้ำ และ บวมน้อยมากจริงๆค่ะ ตาเบลบวมสุดๆ แค่สองวันหลังทำเท่านั้น หลังจากนั้นก็ค่อยๆยุบแล้วค่ะ
ก่อนผ่าตัดก็ปฏิบัติตามที่ทางคลีนิคแจ้งเลยค่ะ เช่น ห้ามทานวิตามิน ห้ามดื่มแอลกอฮอล และ อื่นๆ
ทีนี้พูดถึงระหว่างผ่าตัดบ้างนะคะ 
ใครบอกว่าทำตาไม่เจ็บนี่ตีตายเลยนะ สำหรับเบลตอนคุณหมอฉีดยาชาเข้าที่หัวตานี่ เจ็บมากกกกกกกกกก! คิดในใจว่าชั้นมาทำอะไรที่นี่ 5555 แต่เมื่อยาชาออกฤทธิ์แล้วก็ไม่รู้สึกอะไรมากแล้วค่ะ จะรู้สึกอุ่นๆตอนดูดไขมันที่ตา และ ได้กลิ่นไหม้นิดหน่อย แต่เราห้ามหลับระหว่างทำนะคะ เพราะคุณหมอจะให้ลืมตาเป็นระยะๆ เพื่อเช็คความเท่ากันของชั้นตา เคสเบลใช้เวลาทำประมาณ 1 ชั่วโมงค่ะ คุณหมอละเอียดมากจริงๆ
หลังทำตาเสร็จทันที ก็จะต้องเข้าไปอีกห้องเพื่อประคบเย็น 15 นาที จะมีเลือดซึมนิดๆ แต่จะค่อยๆหยุดไปเองค่ะ เมื่อประคบเสร็จก็กลับบ้านได้
แต่ช้าก่อนน ความเจ็บยังไม่หมดเพียงแค่นั้น เพราะเมื่อยาชาหมดฤทธิ์ตอนกลับมาถึงบ้านนั้นนนจะเจ็บๆแสบๆเหมือนเวลาเราเป็นแผลประมาณ 1 -2 คืน แล้วก็จะค่อยๆหายค่ะ ตาจะตึงๆ ปรือๆ ลืมไม่ค่อยขึ้น เวลาลืมตามองบนก็เจ็บ แต่ก็ต้องอดทนกันไปค่ะ
เมื่อผ่าตัดเสร็จ อีก 7 วันก็จะนัดตัดไหมค่ะ 

ระหว่างวันที่1-7 ก็ปฏิบัติตามข้อแนะนำจากคลีนิคเหมือนเดิมค่า เค้าจะมีให้อ่าน แต่หลักๆก็ห้ามแผลโดนน้ำ เช็ดน้ำเกลือ คราบเลือด และทายาที่คลีนิคให้ทุกวัน จนถึงวันตัดไหมค่ะ
ครบ 7 วัน ตัดไหม 
ตอนตัดไหมนี่ก็เจ็บ ใครว่าชิวๆ โดยเฉพาะช่วงหัวตานี่เจ็บกว่าเพื่อน แต่ก็ต้องอดทนค่ะ เลือกแล้วนี่นา 5555 
หลังจากตัดไหมก็ทายาแก้รอยแผลเป็นเช้าเย็น และแผลสามารถโดนน้ำได้แล้วค่ะ 
เมื่อตัดไหมเสร็จใหม่ๆ แผลจะยังมีรูเล็กๆ จะไม่เรียบเนียน แต่จะค่อยๆเรียบไปเองค่ะ
ปล. ตัดไหมเสร็จจะไม่รู้สึกตึงตาแล้ว สามารถแต่งหน้าได้ แต่ตาจะยังปรือๆอยู่เวลาลืมตา อาจจะแล้วแต่ความใหญ่ของชั้นตาที่เลือก เพราะเบลบอกหมอว่าอยากได้ใหญ่ๆหน่อย เนื่องจากเบื่อความตาหมวยเต็มที

หลังตัดไหมเสร็จอีก 1 เดือนคุณหมอจะนัดมาดูตาอีกทีค่ะ คราวนี้ถ้าหัวตามีแผลคีลอยด์ (แผลนูน) ก็สามารถฉีดยาให้ยุบได้ค่ะ เข็มละไม่ถึง 100 บาท เพราะการเปิดหัวตาจะมีความเสี่ยงเป็นแผลคีลอยด์ได้ค่ะ 
แต่ก็มีเคล็ดลับเพื่อไม่ให้เป็นคีลอยด์นะคะ คือ ระหว่างทายาลดรอยแผลเป็น ให้นวดวนเบาๆ บริเวณหัวตาทุกครั้งค่ะ

ตอนนี้ก็ผ่านไปเดือนกว่าๆแล้ว ขอพูดความรู้สึกโดยรวมหลังจากทำตาไปบ้างนะคะ 
- หนึ่งเลยคือ แต่งตาง่ายขึ้นมาก ทาสีอะไรก็เห็นชัด ประหยัดเวลาที่ต้องมานั่งติดสติกเกอร์ตาสองชั้นทุกวันมากๆ (ลดความเสียงในการตาเหี่ยวก่อนไวอันควรด้วยนะ เนื่องจากไม่ต้องดึงสติกเกอร์ออกจากตาแล้ว)
- รู้สึกว่าตาหวานขึ้นกว่าเดิม
- ถ่ายรูปออกมาตาดูสวยชัด ไม่เป็นสระอิ เหมือนแต่ก่อน
- รู้สึกพอใจในตาตอนนี้มากๆค่ะ 
- รู้สึกมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อบุคลิกภาพของเราด้วยค่ะ เมื่อก่อนเวลาจะออกจากบ้านทุกครั้งต้องติดสติกเกอร์ตาสองชั้นตลอดเพราะไม่ชอบตาตัวเอง รู้สึกไม่มั่นใจและนอยด์มากๆ

สุดท้ายนี้ เบลไม่ได้จะบอกว่าทุกคนที่ตาหมวยจะต้องทำศัลยกรรมตาสองชั้น หรือ ตาหมวยแล้วไม่สวยนะคะ you do you !! ส่วนเบลชอบให้ชั้นตาตัวเองชัดๆค่ะ เหตุผลที่ทำรีวิวนี้ขึ้นมาก็เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับใครที่คิดว่าจะทำตาน้าา หวังว่าการรีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กับใครไม่มากก็น้อยนะคะ


Powered by MakeWebEasy.com